


นกกระแตแต้แว้ด
(Red-wattled lapwing)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vanellus indicus
เขตแพร่กระจาย : ไทย อิรัค ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า เวียตนาม กัมพูชา มลายูตอนเหนือ
ลักษณะทั่วไป : มีความยาวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 32- 35 เซนติเมตร รูปร่างอ้วนป้อม มีขนคลุมร่างกายตอนบน
สีออกน้ำตาลเหลือบเขียว และบริเวณหัวปีกน้ำตาลเหลือบม่วงปลายปีกดำ ปีกยาวจนเกือบคลุมหางซึ่งมีสีดำ ปลายหางสีน้ำตาลอ่อน
และขาว คอสั้น หัวค่อนข้างโต ขนคลุมจากหัวถึงอกเป็นสีดำสนิท หนังรอบตาและเหนียงเหนือหัวตาและปากสีแดงสด ปลายปากสีดำ
ขนคลุมหูสีขาว อกและท้องเป็นสีขาว ขายาวสีเหลือง นิ้วเท้ายื่นไปข้างหน้า 3 นิ้ว มีแผ่นพังผืดตอนโคนนิ้วเล็กน้อย นิ้วเท้าหลังสั้นมาก
และอยู่สูงกว่านิ้วอื่น จึงใช้เกาะกิ่งไม้ไม่ได้ ต้องยืน เดินและวิ่งบนพื้นเท่านั้น นกตัวผู้และตัวเมียคล้ายคลึงกัน
ที่อยู่อาศัยหากิน : ท้องนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า ริมห้วย หนอง คลอง แม่น้ำ ป่าละเมาะ โดยจะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ นอกฤดูผสมพันธุ์
โดยมีได้ถึง 20-30 ตัว แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์อาจจะพบว่าอยู่กันเป็นคู่ หรือครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ลูก 3-4 ตัว
อาหารส่วนใหญ่ : หนอน แมลง ไส้เดือน ที่หาได้ตามพื้นดินโดยจะจิกกินทันทีเมื่อพบเหยื่อ
ฤดูผสมพันธุ์ : ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนเป็นช่วงทำรังวางไข่ ในช่วงนี้นกจะจับคู่และอาจมีการบินผาดโผน และร้องเพื่อเกี้ยวพาราสี
นกชนิดนี้ไม่ทำรังเป็นรูปเป็นร่างรังอย่างนกหลายชนิด แต่จะเลือกพื้นดินโล่งๆ อาจเป็นที่ที่มีก้อนกรวดเล็กๆ พื้นดินที่มีหญ้าไม้เลื้อยขึ้นอยู่
ู่ขุดเป็นแอ่งเล็กๆตื้นๆพอวางไข่และไข่ไม่กลิ้งออกไปนอกรัง หาหินหรือดิน เศษไม้ มาเรียงรอบเป็นขอบรังแล้วเริ่มวางไข่ โดยจะวางครั้งละ
3-4 ฟอง นกทั้งสองเพศจะสลับกันเข้ากกไข่เป็นเวลา 28 วัน จากนั้นลูกนกเล็กๆ ที่ลืมตาได้แล้วและมีขนอุยปกคลุมลำตัว ก็จะออกจากไข่
เมื่อลูกนกออกจากไข่ พ่อแม่นกจะคาบเปลือกไข่ไปทิ้งไกลๆเพื่อไม่ให้ศัตรูรู้ตำแหน่งของรัง ลูกนกจะอยู่ในบริเวณรังราว 24 ชั่วโมง จากนั้น
ก็จะออกเดินตามพ่อและแม่ออกหากินได้ พ่อแม่นกจะปกป้องลูกนกในหลายๆ รูปแบบ บางครั้งก็จะให้ลูกนกอยู่ใต้ปีกแล้วพาเดินข้ามถนน
บางทีถ้ามีศัตรูเข้ามาใกล้ก็จะบินวนและร้องเรียกความสนใจและให้ลูกๆ ซึ่งมีสีกลมกลืนกับใบไม้แห้งหลบซ่อนตัวอยู่นิ่งๆ
สถานภาพ : เป็นนกประจำถิ่น พบเห็นได้ทั่วไป ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
* ข้อควรระวังเมื่อพบรังของนกกระแตแต้แว้ดก็คือ ขณะที่นกกำลังวางไข่ได้เพียง 1-2 ฟอง ถ้าศัตรู ไม่ว่าคนหรือสัตว์เข้าไปใกล้รัง
นกจะจิกไข่และทิ้งรังเดิมไปสร้างรังใหม่ทันที แต่ถ้านกวางไข่ครบจำนวนและเริ่มกกไข่แล้วนกจะแค่หลบออกไปจากรัง โดยในการหลบ
นกจะค่อยๆเดินหันหลังออกไปจากรังและทิ้งไข่ซึ่งมีสีน้ำตาลอ่อน มีจุดแต้มสีน้ำตาลเข้มทั่วฟอง กลมกลืนกับธรรมชาติให้ดูแลตัวเองไป
และกลับมากกไข่อีกเมื่อศัตรูออกไปแล้ว *
Bird New